‘สามัคคี-ซื่อสัตย์’ชาติพ้นภัย พระบรมราโชวาทแก่นักรบ

‘สามัคคี-ซื่อสัตย์’ชาติพ้นภัย พระบรมราโชวาทแก่นักรบ สัปดาห์นี้ขอน้อมนำพระบรมราโชวาทในหลวง ร.9 ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตนมาบอกเล่าเพื่อสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์พระราชทานแก่เหล่าทหารเพื่อเตือนสติ

ณ พื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ และ 4 อำเภอของจังหวัด คือพื้นที่สำคัญของประเทศไทย ที่ยังมีความขัดแย้งของประชาชนและแนวร่วมผู้มีความคิดเห็นต่าง เพื่อให้แบ่งแยกดินแดนไทยออกไปบางส่วนของปลายด้ามขวานออกไปเป็น “รัฐปัตตานี” เมื่อมองย้อนกลับมาหากประชาชนในประเทศไทยเราขาดความรักความสามัคคี ไม่มีความซื่อสัตย์ต่อแผ่นดิน เราก็คงต้องสูญเสียพื้นที่ดังกล่าวนี้ไปอย่างน่าใจหายเหมือนบางประเทศ

หากแต่เราย้อนรำลึกถึงพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระราชทานเพื่อเป็นเครื่องเตือนสติเหล่าทหารกล้า ในพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณตน และสวนสนามของทหารรักษาพระองค์ เนื่องในพระราชพิธีเฉลิมพระชนมพรรษา 2 ธันวาคม 2550 ตอนหนึ่งว่า…

“สถานการณ์บ้านเมืองเราในทุกวันนี้เป็นที่ทราบแก่ใจของเราทุกคนที่สุดแล้วว่า ไม่น่าไว้วางใจ พูดได้ว่าหากคนไทยขาดความสำนึกในชาติ ขาดความสามัคคี ก็อาจประสบเคราะห์กรรมกันทั้งชาติ จึงขอให้ทหารทุกคนและชาวไทยทุกคน ทุกหมู่ ทุกเหล่า ได้พิจารณาตัดสินใจว่าประเทศชาติของเรานั้นสำคัญที่เราควรจะรักษาไว้ให้ยั่งยืนต่อไปหรือไม่ ถ้าเห็นว่าสำคัญ มั่นใจ ก็ขอให้สังวร ระวังกายใจให้ตั้งมั่นอยู่ในความสัตย์สุจริต พยายามลดอคติและสร้างเสริมความเมตตา สามัคคีในกันและกันไม่ว่าจะทำการสิ่งใด ให้ยึดเอาความมั่นคงปลอดภัยของชาติเป็นที่หมายสูงสุด”

ตลอดระยะเวลากว่าหลาย10ปีที่ผ่านมา เราต้องสูญเสียกำลังพลทหารและตำรวจไปมากมายในการรักษาความสงบในพื้นที่ กำลังทหาร-ตำรวจจึงร่วมผนึกกำลังกันเพื่อรักษา “ผืนแผ่นดิน” นี้เอาไว้ นอกจากกำลังทหารตำรวจแล้วก็ยังมีกำลังของประชาชนผู้หวังดีอยากให้บ้านเมืองสงบสุขมาเข้าร่วมด้วยเช่นกัน

สำหรับ “แนวทางการปฏิบัติ” ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้นหลักๆ แบ่งออกเป็น 2 แบบ คือการปฏิบัติการเชิงรุก มีลักษณะเป็นการปฏิบัติการเฝ้าตรวจติดตาม การหาข่าว วิเคราะห์เป้าหมาย การเข้าตรวจค้นจับกุม ผู้ต้องสงสัยหรือผู้ก่อเหตุ การปฏิบัติการเชิงรับ มีลักษณะเป็นการปฏิบัติการสกัดกั้น การตั้งด่านตรวจค้น การป้องกันที่ตั้ง

ส่วน “แนวทางการพัฒนา” จะถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญมาก เป็นการสร้างความสามัคคีให้กับคนในชุมชนให้เกิดขึ้น ตามหลักพระบรมราโชวาทของ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อฟื้นฟูสังคม ฟื้นฟูสถานที่ให้กลับเข้าสู่สภาวะปกติ ปรับปรุงคุณภาพชีวิต การให้ความรู้ ให้อาชีพ และสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นกับชุมชน

อีกทั้งช่วยปรับความเข้าใจให้กับประชาชนในพื้นที่เกิดความเข้าใจในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ จนนำมาซึ่งภาพลักษณ์ที่ดีต่อกำลังพลทุกคนที่ต้องปฏิบัติภารกิจทั้งข้าราชการทหาร-ตำรวจและข้าราชการพลเรือน นี่คือสิ่งสำคัญที่สุดของการปฏิบัติภารกิจบนความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้

วิถีทางที่ดีที่สุดในการต่อสู้กับคนไทยด้วยกัน ไม่ใช่การเอาความรุนแรงเข้าต่อสู้กับความรุนแรง…แต่เป็นการเอาความรักความสามัคคีของคนในชาติเข้าต่อสู้ต่อความขัดแย้งเหล่านั้น…จนเกิดเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ ซึ่งมิอาจจะมีภัยร้ายใดๆ เข้ามากล้ำกรายได้ หากคนในชาติมีความเป็นปึกแผ่นนั่นเอง!!

ขอบคุณข้อมูล จาก สสส