แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือเสื่อมสภาพต้องทำอย่างไร

แบตเตอรี่โทรศัพท์มือถือเสื่อมสภาพต้องทำอย่างไร มือถือเปิดๆดับๆ เป็นอะไรก็ไม่รู้ เพื่อนๆเคยเจอปัญหานี้ไหมครับ นี่ไม่ใช่ปัญหาไกลตัวเลย แต่มันเกิดจากแบตฯมือถือเสื่อม แล้วเราจะรู้ได้ยังไงครับว่า แบตฯมือถือของเรา เสื่อมหรือไม่ แล้วมีวิธียืดอายุการใช้งานแบตฯไหม! หลากหลายคำถามเกี่ยวกับ แบตเตอรี่ เสื่อม วันนี้ Potatotechs ของเรา ก็จะมาไขข้อข้องใจต่างๆให้ครับ

ลักษณะและอายุการใช้งานของ Battery

1. Lithium Ion เป็นแบตที่มีความหนาแน่นของพลังงานสูง มีราคาถูก มีการปลดปล่อยพลังงานต่ำ และจะมีการเสื่อมสภาพตามเวลา ถึงแม้ไม่ได้ถูกใช้ก็ตาม
– ผู้ผลิตแบตเตอรี่มือถือ แบบ Lithium-Ion บอกว่าแบตเตอรี่ในปัจจุบันนั้น สามารถชาร์จได้ประมาณ 300 – 500 ครั้ง การนับรอบชาร์จ 1 รอบ จะนับเมื่อชาร์จแบตเตอรี่ที่มีไฟต่ำกว่า 70% ให้กลับมาครบ 100%
– ประสิทธิภาพของแบตเตอรี่มือถือจะลดลง 15 – 22% หลังจากการชาร์จไปแล้ว 250 รอบ นี่ยังไม่รวมปัจจัยด้านอื่นๆ เช่น การทิ้งมือถือไว้ในที่ร้อน หรือการชาร์จแบตฯแบบผิดวิธี
– ซึ่งถ้านับจากรอบการชาร์จแบตฯ และประสิทธิภาพของการทำงานได้อย่างเต็มที่ของมันแล้ว อายุการใช้งานของแบตฯมือถือนั้นน่าจะอยู่ได้ประมาณ 300 – 500 รอบการชาร์จ หรือประมาณ 2 – 3 ปี

2. ถ้าชาร์จแบตฯได้เป็นพันๆครั้ง ซึ่งแบตก็โชว์ว่าเต็ม แต่หมดเร็วกว่าปกติมาก เพราะประสิทธิภาพของแบตฯนั้นเข้าขั้นใช้การไม่ได้แล้ว

สัญญาณเตือนที่บอกว่าแบตฯเสื่อมแล้ว จะมี 5 อาการที่บอกว่าแบตฯมือถือของเราเสื่อมแล้ว
– โทรศัพท์ดับบ่อย
– ขณะชาร์จ มือถือไม่โชว์สัญลักษณ์ชาร์จ
– โทรศัพท์ดับเร็วผิดปกติหลังจากชาร์จเต็ม
– โทรศัพท์ และแบตเตอรี่เริ่มร้อน จากที่ไม่เคยร้อนมาก่อน
– แบตเตอรี่บวม รู้ได้ด้วยการถอดแบตฯมาหมุนเล่นบนพื้น ถ้าหมุนได้แปลว่าแบตฯบวม ใกล้หมดอายุแล้วครับ

วิธีการตรวจสุขภาพของแบตฯมือถือ
– สำหรับ iPhone สามารถใช้แอพฯ Battery Life มาตรวจสอบว่าตอนนี้แบตฯมีสภาพเป็นยังไง ประสิทธิภาพเหลือกี่ % และชาร์จไปแล้วกี่รอบ
– สำหรับมือถือ Android สามารถใช้แอพฯ 360 Battery – Battery Saver มาตรวจสอบสภาพของแบตฯได้ นอกจากนั้นยังช่วยบริหารจัดการแบตฯให้มีอายุยืนขึ้น

ควรทำอย่างไรให้แบตฯอยู่กับเราได้นานๆ ควรเลือกซื้อยังไงให้ใช้ได้นานๆ อายุการใช้งานของแบตฯจะยาวนานหรือไม่ขึ้นอยู่กับ 4 ปัจจัย
– ขนาดของแบตฯ คือ เมื่ออายุของแบตฯขึ้นอยู่กับรอบการชาร์จ แปลว่าถ้ายิ่งชาร์จน้อยครั้ง แบตฯก็จะอยู่นาน ถ้าแบตฯขนาดใหญ่ก็ไม่จำเป็นต้องชาร์จบ่อย
– การชาร์จแบตฯให้ถูกวิธี ไม่ใช้ตัวชาร์จปลอม หรือพยายามชาร์จให้เต็มเร็วๆด้วยวิธีแปลกๆที่เล่าต่อกันมา
– การใช้งานในอุณหภูมิที่เหมาะสม ไม่ใช้มือถือหรือวางมือถือในที่ร้อน หรือชื้นมากๆ เพราะความร้อนและความชื้นเป็นศัตรูตัวฉกาจของแบตเตอรี่ ทำให้แบตฯอายุสั้นลง
– การใช้แอพพลิเคชั่นดูบริหารจัดการไฟจากแบตเตอรี่ จะช่วยยืดอายุของแบตฯไปได้อีกเยอะ

ตอนนี้ ท่านผู้อ่านและเยี่ยมชมเวปไซด์ของเรา คงจะได้รู้ถึงวิธีการตรวจสภาพแบตฯมือถือ และการยืดอายุแบตฯให้มือถือของเราอยู่ด้วยกันไปนานๆแล้ว ถ้าลองทำตามวิธีในคลิปแล้ว ไม่แน่นะครับ ว่ามือถือของเราอาจจะอยู่กับเราไปถึง 4 – 5 ปีก็เป็นได้